พิธีรับน้ำอมฤต

พิธีรับน้ำอมฤต (Baptism)

พิธีการรับอมฤต

พิธีรับอมฤตเป็นพิธีที่สำคัญของชาวซิกข์ (เพื่อแสดงความจำนงจะเข้าเป็นศิษย์ของ        พระศาสดาโดยแท้จริง) ที่จะให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะรักษาและปฏิบัติตามข้อบัญญัติของพระศาสดา

สถานที่และพิธีการรับอมฤต

  1. ชาวซิกข์ไม่ว่าชายหรือหญิง (ไม่จำกัดอายุ)  เมื่อคิดว่าตนเองพร้อมแล้วที่จะเข้าพิธีรับอมฤตและสามารถรักษาศาสนวินัยได้ จะมาแจ้งความจำนงต่อศาสนาจารย์ในคุรุดวารา เจ้าหน้าที่ในศาสนสถานก็จะกำหนดวันและเวลาให้ผู้ที่จะประสงค์รับอมฤตมาพร้อมกัน ณ วันและเวลาที่กำหนดพิธีนี้
  2. ณ สถานที่ประกอบพิธีกรรมจะมีการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์คุรุครันถ์ซาฮิบ และแต่งตั้ง “ปัญจะปิยะ” (ผู้เป็นที่รักยิ่ง) จากชาวซิกข์ที่รับอมฤตมาแล้ว และมีความประพฤติปฏิบัติตามศาสนวินัยครบถ้วนอย่างน้อยหกท่านเป็นผู้ดำเนินพิธีกรรม หนึ่งท่านนั่งหน้าแท่นบัลลังก์ประทับพระมหาคัมภีร์ ส่วนอีกห้าท่านที่ceremonyturbanเหลือเตรียมอมฤต
  3. ศาสนิกชนทุกท่านที่มารับอมฤตจะต้องสระผมก่อนและต้องมีศาสนสัญลักษณ์ทั้งห้าประการคือ ๕ก ได้แก่ ๑. เกศา  ๒. กีรปาน (มีดสั้นของชาวซิกข์) พร้อมสายสะพาย  ๓. กาแชร่า (กางเกงในขาสั้น)       ๔. กังฆะ (หวีไม้)  ๕. การ่า (กำไรข้อมือเหล็ก)  ให้ทุกคนยืนพนมมือด้วยความเคารพต่อหน้าพระพักตร์ของพระศาสดาคุรุครันถ์ซาฮิบหนึ่งในปัญจะปิยะที่มอบอมฤตจะอธิบายหลักการที่สำคัญของศาสนาซิกข์แก่ผู้ที่จะรับอมฤต
  4. ศาสนาซิกข์สอนให้ละเว้นการบูชาสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นหรือบุคคลที่อ้างตนเป็นนักบุญ แต่สอนให้ศรัทธา เชื่อมั่น อุทิศกายและใจแก่พระผู้เป็นเจ้า เพื่อบรรลุแนวปรัชญานี้ให้ศึกษาและปฏิบัติตนตามคำสั่งสอนในพระมหาคัมภีร์ ทำเซว่า (รับใช้โดยไม่หวังผลตอบแทน) และเมื่อรับอมฤตแล้วจะต้องประพฤติและตั้งตนอยู่ในวินัย แล้วปัญจะปิยะจะถามผู้อมฤตว่า ท่านยินดีที่จะรับหลักการเหล่านี้ด้วยความสมัครใจหรือไม่
  5. หลังจากผู้ที่ประสงค์จะรับอมฤตยอมรับแล้ว หนึ่งใน ปัญจะปิยะจะทำการสวด “อัรดาส” และขอ      พระบัญชาเพื่อเตรียมอมฤตตามศาสนวินัย
  6. จากนั้น ให้ผู้ที่จะรับอมฤตน้อมรำลึกถึงองค์พระบิดาพระศาสดาพระองค์ที่สิบ พร้อมทั้งนั่งทิ้งน้ำหนักตัวบนเข่าขวาแล้วเข้าร่วมดื่มอมฤตในอุ้งมือขวาในลักษณะวางบนมือซ้าย โดยปัญจะปิยะจะเอามือขวักใส่อมฤต และกล่าวว่า “วาเฮ่ คุรุญีกาคาลซ่า วาเฮ่คุรุญีกีฟาเต้” ให้ผู้รับ เมื่อดื่มอมฤตแล้วกล่าวขานตามว่า “วาเฮคุรุญีกาคาลซ่า วาเฮ่คุรุญีกีฟาเต้” ทุกๆ ครั้งรวมห้าครั้ง จากนั้น ปัญจะปิยะจะพรมอมฤตใส่ดวงตาห้าครั้ง และใส่เกศาอีกห้าครั้ง หลักจากพรมอมฤตทุกครั้ง ปัญจะปิยะจะกล่าว “วาเฮ่คุรุญีกาคาลซ่า       วาเฮ่คุรุญีกีฟาเต้” ทุกครั้ง และให้ผู้รับอมฤตกล่าวตามทุกครั้งเช่นกัน อมฤตที่เหลืออยู่ในภาชนะหลังจากมอบให้ผู้ที่ตั้งใจจะรับอมฤตแล้วให้แจกจ่ายแก่ทุกคน เพื่อดื่มร่วมกันจากภาชนะขันใบนั้น หนึ่งท่านในปัญจะปิยะจะแจ้งแก่ผู้รับอมฤตถึงศาสนวินัยของซิกข์ ให้สวดหรือฟังพระธรรมจากพระมหาคัมภีร์คุรุครันถ์ซาฮิบและรักษาปฏิบัติ “ก” ทั้งห้า ให้อยู่ตัวตอลดเวลา จากนั้นร่วมกันสวดอัรดาสเป็นอันเสร็จพิธี
  7. ผู้ที่ตั้งใจจะรับอมฤตและเข้าร่วมในพิธีตั้งแต่ต้นจนจบเท่านั้นจึงจะรับอมฤตได้ ส่วนผู้ที่มาระหว่างดำเนินพิธีไม่มีสิทธิ์รับ

sigh_025

ชาวซิกข์ทุกคนที่รับอมฤตแล้วจะต้องละเว้นจากการกระทำ ๔  ประการ  ดังต่อไปนี้

๑.)          ห้ามทำการตัด โกน ถอนผมและหนวดเคราจากร่างกาย

๒.)         ห้ามรับประทานเนื้อสัตว์ที่ผ่านกรรมวิธีการฆ่าอย่างทรมาน

๓.)         ห้ามประพฤติตนผิดลูกเมียผู้อื่น และอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่ไม่ใช่สามีหรือภรรยาของตนฉันท์สามีภรรยา

๔.)         ห้ามเสพหรือใช้ของมึนเมา สุรา และยาเสพติดทุกชนิด

กรณีที่ซิกข์กระทำผิดโดยละเมิดข้อบังคับทั้ง ๔ ประการข้างต้น เขาจะต้องเข้าพิธีรับอมฤตใหม่ หลังจากสารภาพและรับการลงโทษเพื่อสำนึกผิดที่ได้กระทำไปตามความเหมาะสม

gurdwaradarbarhall

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s