แบบปรนัย

จำนวน 60 ข้อ

1.สิ่งใดไม่ถือว่าเป็นปัจจัยทุนในทางเศรษฐศาสตร์

ก.เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้า

ข.โรงงานที่ใช้ในการผลิตสินค้า

ค.ยานยนต์ที่ใช่ในการขนส่งสินค้า

ง.เงินกู้ยืมหมุนเวียนที่ใช้ในการผลิตสินค้า

2.ข้อใดเป็นไปตามกฎของอุปทาน

ก.ผู้ผลิตสินค้าจะผลิตสินค่้ออกจำหน่ายเพิ่มขึ้น ถ้าผู้บริโภคมีความต้องการมากขึ้น

ข.ผู้ผลิตสินค้าจะผลิตสินคา้ออกจำหน่ายเพิ่มขึ้น ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น

ค.ผู้ผลิตสินค้าจะผลิตสินคา้ออกจำหน่ายเพิ่มขึ้น ถ้าราคาปัจจัยการผลิตลดลง

ง.ปริมาณการผลิตสินค้าจะผันแปรตามความต้องการของผู้บริโภคและราคาปัจจัยการผลิต

3.สาเหุตข้อใดไม่ทำให้ราคาไอศรีมกะทิสูงขึ้น

ก.อากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้น

ข.ผลผลิตมะพร้าวล้นตลาด

ค.มีการควบคุมมาตรฐานการผลิตไอศรีม

ง.เด็กวัยรุ่นนิยมรับประทานไอศรีมมากขึ้น

4.ข้อความใดถูกต้องตามเศรษฐศาสตร์

ก.เมื่อระดับราคาและรายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้น ครัวเรือนจะมีอำนาจซื้อสูงขึ้นเสมอ

ข.เมื่อระดับราคาและอำนาจซื้อของครัวเรือนเพิ่มขึ้น รายได้ประชาชาติจะสูงขึ้นเสมอ

ค.เมื่อระดับราคาและค่าครองชีพสูงขึ้น ครัวเรือนจะมีระดับความเป็นอยู่สูงขึ้นเสมอ

ง.เมื่อระดับราคาและค่าครองชีพสูงขึ้น ครัวเรือนจะมีระดับความเป็นอยู่สูงขึ้นเสมอ

5.สมมติในปี พ.ศ. 2545 สินค้าและบริการที่ผลิตขึ้นได้ทั้งหมดในประเทศไทยมีมูลค่า 1,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายมูลค่า 900 ล้านบาท ซึ่งต้องโอนให้เจ้าของในต่างประเทศ 100 ล้านบาท แต่คนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศโอนรายได้กลับเข้าประเทศ 40 ล้านบาท ข้อใดระบุมูลค่าผลิตภัณฑ์ประชาชาติได้ถูกต้อง

ก.1,000 ล้านบาท

ข.940 ล้านบาท

ค.900 ล้านบาท

ง.840 ล้านบาท

6.ข้อใดเป็นคำที่กล่าวผิด

ก.เงินคือสิ่งที่สังคมยอมรับว่าเป็นหน่วยวัดมูลค่าสินค้าและบริการ

ข.เงินคือสิ่งที่แสดงความมั่นคงทางเศรษฐกิจของระบบเศรษฐกิจหนึ่งๆ

ค.เงินคือสิ่งที่ใช้เป็นมาตรฐานในการชำระหนี้ระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้

ง.เงินคือสิ่งที่มีสภาพคล่องสูงกว่าสินทรัพย์อื่น

7.ข้อใดระบุความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง

ก.ดุลบัญชีทุนสำรองจะเป็นลบ ถ้าดุลบัญชีทุนเกินดุล

ข.ดุลบัญชีทุนสำรองจะเป็นบวก ถ้าดุลการชำระเงินขาดดุล

ค.ดุลบัญชีทุนสำรองจะเป็นบวก ถ้าดุลบัญชีทุนเกินดุล

ง.ดุลบัญชีทุนสำรองจะเป็นลบ ถ้าดุลการชำระเงินขาดดุล

8.การที่รัฐบาลรณรงค์ให้คนไทยประหยัดน้ำมัน ใช้ของไทยและเที่ยวเมืองไทยจะก่อให้เกิดผลดีต่อดุลใดในดุลการชำระเงิน

ก.ดุลบริการ

ข.ดุลการค้า

ค.ดุลบัญชีทุน

ง.ดุลบัญชีเดินสะพัด

9.การคลังของรัฐบาลไม่ครอบคลุมกิจกรรมข้อใด

ก.การกำหนดอัตราการเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ข.การหารายได้จากภาษีอากรและรัฐพาณิชย์

ค.การกำหนดงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ง.การจัดการเกี่ยวกับการก่อหนี้และชำระหนี้

10.ข้อใดแสดงว่ารัฐบาลพยายามปรับบทบาทของภาครัฐให้ลดลง

ก.การลดการขาดดุลงบประมาณ

ข.การลดหย่อนการจักเก็บภาษีบางประเภท

ค.การแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่มำรายได้ให้รัฐบาล

ง.การยอมรับให้ข้าราชการเกษียณก่อนกำหนด

11.สถานการณ์ในข้อใดทำให้เงินบาทมีค่าแข็งขึ้น

ก.ดุลการชำระเงินของไทยเกินดุลเพิ่มขึ้น

ข.คนไทยนิยมซื้อสินค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ค.ระดับราคาสินค้าและบริการในประเทศสูงขึ้น

ง.ประเทศไทยใช้หนี้ต่างประเทศมากขึ้น

12.ข้อใดเป็นเครื่องวัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

ก.ภาคอุตสาหกรรมใหญ่กว่าภาคเกษตรกรรม

ข.ระดับคุณภาพชีวิตประชากรสูงขึ้นตลอดเวลา

ค.รายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ง.การกระจายรายได้เท่าเทียมกันมากขึ้น

13.การเกิดปัญหาจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร ในทางเศรษฐศาสตร์บ่งบอกข้อใด

ก.ประชาชนผู้ใช้รถและถนนมีวินัยจราจรต่ำกว่ามาตรฐาน

ข.จำนวนรถสาธารณะและรถขนาดเล็กมีน้อยกว่ารถขนาดใหญ่

ค.รายได้เฉลี่ยของกรุงเทพมหานครสูงกว่า่รายได้เฉลี่ยของคนจังหวัดอื่น

ง.พื้นที่ผิวถนนมีจำนวนน้อยกว่าความต้องการใช้ถนน

14.ประสิทธิภาพในทางเศรษฐศาสตร์หมายถึงข้อใด

ก.ได้ผลผลิตที่ต้องการตามเวลาที่กำหนด

ข.ได้ผลผลิตที่ต้องการโดยใช้เวลาน้อยที่สุด

ค.ได้ผลผลิตมากที่สุดจากทรัพยากรที่กำหนด

ง.ได้ผลผลิตมากที่สุดโดยใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด

15.ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของเศษฐกิจแบบทุนนิยม

ก.ประชาชนได้รับสวัสดิการอย่างทั่วถึง

ข.มีการดำเนินงานของเอกชนในรูปของสหกรณ์จำนวนมาก

ค.กลไกราคาเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ง.รัฐบาลเข้าควบคุมและดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคเป็นส่วนใหญ่

16.ข้อใดเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์จุลภาค

ก.การมีผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดจำนวนมากทำให้ราคาทุเรียนตกต่ำ

ข.วิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 ส่งผลกระทบให้เกิดการว่างงานจำนวนมาก

ค.รัฐบาลเร่งรัดการใช่จ่ายเงินงบประมาณเพื่อกระตุ้นสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ

ง.รัฐบาลใช้นโยบายการเงินและนโยบายการคลังเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

17.ข้อใดอธิบายลักษณะความสัมพันธ์ตามกฏของอุปสงค์

ก.การมีปริมาณเสนอซื้อแก๊สหุงต้มต่ำลงเป็นผลจากการประกาศขึ้นราคาแก๊สของรัฐบาล

ข.การที่กลุ่มประเทศโอเปกเข้าควบคุมปริมาณการผลิตน้ำมันเป็นผลทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น

ค.การที่ผลไม้ชนิดอื่นๆได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติเป็นผลให้ราคาเงาะสูงขึ้น

ง.การที่ปริมาณเสนอซื้อกาแฟ A ลดต่ำลงเป็นผลจากการที่ราคากาแฟ B ลดต่ำลง

18.ข้อความใดถูกต้อง

ก.ปริมาณเสนอซื้อและปริมาณเสนอขาย จะเป็นตัวปรับราคาสินค้าที่ไม่สมดุลให้เข้าสู่สมดุล

ข.ราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขาย จะเป็นตัวปรับปริมาณสินค้าที่ไม่สมดุลให้เข้าสู่สมดุล

ค.อุปสงค์ส่วนเกินและอุปทานส่วนเกิน จะเป็นตัวปรับราคาสินค้าที่ไม่สมดุลให้เข้าสู่สมดุล

ง.อุปสงค์ส่วนเกินจะเป็นตัวปรับราคาสินค้าที่ไม่สมดุล และอุปทานส่วนเกินจะเป็นตัวปรับปริมาณสินค้าที่ไม่สมดุลให้เข้าสู่สมดุล

19.การนำสินแร่เหล็กมาถลุงเป็นเหล็กก้อน และนำเหล็ก้อนมารีดเป็นแผ่น แล้วนำแผ่นเหล็กไปประกอบเป็นตัวถังรถยนต์ เป็นกระบวนการในข้อใด

ก.ผลิตสินค้าสนองความต้องการของผู้บริโภค

ข.เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิต

ค.สร้างมูลค่าเพิ่มข้อผลิตภัณฑ์

ง.พัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์

20.รายรับใดไม่เป็นส่วนหนึ่งของรายได้ประชาชาติ

ก.ได้จากนาย ก. จากการไปงานต่างประเทศ

ข.ได้จากนาย ข. จากการทำงานเป็นบริกรในโรงแรม

ค.ได้จากนาย ค. จากการให้โรงงานเช่าที่ดินมรดก

ง.ได้จากนาย ง. จากการให้พ่อค้ากู้ยืมเงิน

21.หนี้ที่เกิดจากการที่รัฐบาลขายพันธบัตรให้ประชาชนเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายเรียกว่าอะไร

ก.หนี้ของกระรวงการคลัง

ข.หนี้รัฐบาลค้ำประกัน

ค.หนี้งบประมาณแผ่นดิน

ง.หนี้สาธารณะ

22.ถ้าการส่งออกของประเทศไทยลดลง ประเทศจะประสบกับปัญหาใด

ก.ดุลบัญชีทุนขาดดุลมากขึ้น

ข.ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลง

ค.ดุลบัญชีเงินโอนเกินดุลลดลง

ง.ดุลการชำระเงินเกินดุลมากขึ้น

23.ข้อใดแสดงการรวมกลุ่มาทงเศรษฐกิจในระดับสูงสุด

ก.ตลาดร่วมและสหภาพเศรษฐกิจ

ข.ตลาดร่วมและสหภาพศุลกากร

ค.เขตการค้าเสรีและตลาดร่วม

ง.สหภาพเศรษฐกิจและสหภาพศุลกากร

24.ข้อใดทำไงประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันทางการค้ากับต่างประเทสได้มากขึ้น

ก.การลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข.การอ่อนตัวของค่าเงินบาท

ค.การลดอัตราดอกเบี้ย

ง.การเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ

25.ตัวเลขในหน่วยเงินสกุลเดียวกันข้อใดใช้เปรียบเทียบฐานะทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ก.ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ

ข.ผลิตภัณฑ์ปรชาชาติต่อหัว

ค.ผลิตภัณฑ์ประชาชาติที่แท้จริง

ง.ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศที่แท้จริงต่อหัว

26.ขัอใดเป็นปัญหาทางด้านเศษฐศาสตร์

ก.จำนวนคนว่างงานในประเทศเพิ่มขึ้น

ข.ราคายางพาราในประเทศในปีนี้ตกต่ำกว่าปีที่แล้ว

ค.แรงงานขาดทักษะที่จะรับเทคโนโลยีใหม่

ง.ภาคเกษตรมีรายได้ต่ำกว่าผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรม

27.ข้อใดเป็นทุนในทางเศรษฐศาสตร์

ก.ลูกหนี้ของบริษัท

ข.เงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ

ค.มูลค่าหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท

ง.เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในสำนักงาน

28.ข้อใดแสดงวิวัฒนาการในการผลิต

ก.นายแดงปลูกพริกบนที่ดินอุดมสมบูรณ์เชิงเขา

ข.นายดำหันมาปลูกหน่อไม้ผรั่งแทนการปลูกข้าว

ค.นายเขียวยึดอาชีพประมงเหนือเขื่อนหลังถูกเวนเขื่อนที่ดิน

ง.นายขาวเก็บสับปะรดในไร่มาทำสับปะรดขาย

29.นายดำออกทะเลไปจับปลาทู เมื่อได้มาแล้วส่วนหนึ่งเก็บไว้รับประทานเอง อีกส่วนหนึ่งให้เพื่อนบ้านที่นำกะปิมาให้ส่วนที่เหลือนำไปขายที่ตลาด ข้อใดแสดงพฤติกรรมทั้งหมดของนายดำในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ก.การหารายได้ การกระจาย การบริโภค การแลกเปลี่ยน

ข.การยังชีพ การแลกเปลี่ยน  การหารายได้ การบริโภค

ค.การผลิต การยังชีพ การบริโภค การกระจาย

ง.การบริโภค การกระจาย การแลกเปลี่ย การผลิต

30.ข้อใดก่อให้เกิดอุปสงค์ต่อสินค้า

ก.นาย ก. มีเงิน 30,000 บาท เพียงพอจะซื้อตู้เย็นรุ้นใหม่ได้ แต่เนื่องจากมีของเดิมอยู้แล้ว จึงเลื่อนการซื้อออกไปก่อน

ข.นาย ข. มีเงิน 20,000 บาท ต้องการซื้อโทรศัพท์มือถือในราคา 30,000 บาท จึงรอให้มีการลดราคาเสียก่อน

ค.นาย ค. ไม่มีเงินสดเพียงพอที่จะซื้อรถยนต์ซึ่งมีราคา 900,000 บาท จึงตกลงซื้อในระบบเงินผ่อน

ง.นาย ง. กำลังเก็บเงินเพื่อซื้อแหวนหมั้นในราคา 100,000 บาท

31.ข้อใดแสดงการบริโภคสินค้าทางเศรษฐกิจ

ก.นาย ก. ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะเพราะมีต้นไม้มาก

ข.นาย ข. ไปอาบน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยาใกล้บ้านเพราะน้ำสะอาด

ค.นางสาว ค. เก็บก้อนหินบริเวณลำธารเพื่อนำมาใช้ขัดตัว

ง.นาง ง. พาลูกไปเก็บหน่อไม้ในป่าเพื่อบริโภค

 32.ราคาที่ชาวไร่มันสำปะหลังเรียกร้องให้รัฐบาลรับประกันเป็นราคาอะไร

ก.ราคาที่มีอุปสงค์ส่วนเกิน

ข.ราคาที่มีอุปทานส่วนเกิน

ค.ราคาดุลยภาพที่สูงกว่าราคาที่เจ้าของลานมันต้องการซื้อ

ง.ราคาดุลยภาพที่สูงกว่าราคาที่เกษตรต้องการขาย

33.ถ้ารายได้ประชาชาติสูงขึ้น ในขณะที่ประชากรในประเทศมีจำนวนเท่าเดิม ข้อใดถูกต้อง

ก.รายได้เฉลี่ยต่อบุคคลสูงขึ้น และคุณภาพชีวิตของประชากรดีขึ้น

ข.รายได้เฉลี่ยต่อบุคคลสูงขึ้น และการกระจายรายได้ดีขึ้น

ค.รายได้เฉลี่ยต่อบุคคลสูงขึ้น และผลิตภัณฑ์มวลรวมเพื่อขึ้น

ง.รายได้เฉลี่ยต่อบุคคลสูงขึ้น และระดับการพัฒนาเศรษฐกิจสูงขึ้น

34.มาตรการที่ใช้เพื่อแก้ปัญหาขาดดุลการค้าคือข้อใดเพราะเหตุใด

ก.ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อลดการซื้อสินค้าเข้า

ข.ลดค่าเงิน เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อราคาสินค้าออกและสินค้าเข้า

ค.กู้ยืมจากต่างประเทศ เพื่อมีเงินตราต่างประเทศเพียงพอสินค้าเข้า

ง.สงวนสินค้าไว้ใช้ในประเทศให้มากขึ้น เพื่อทนแทนการนำเข้าสินค้า

35.ข้อใดไม่ใช่วิธีการที่ผู้ผลิตใช้แก้ปัญหาพื้นฐานในทางเศรษฐศาสตร์

ก.เลือกใช้ปัจจัยการผลิตในสัดส่วนที่ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ

ข.เลือกสินค้าที่มีราคาเปรียบเทียบสูง

ค.เลือกขายสินค้าให้แก่ผู้ที่ให้ราคาสูง

ง.เลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิต

36.ถ้านายมีไปซื้อเส้นก่วยเตี๋ยวจากตลาดมาผัดขายเป้นก๋วยเตี๋ยวราดหน้า การผลิตดังกล่าวเป็นการสร้างอรรถประโยชน์ทางด้านใด

ก.การเปลี่ยนแปลงรุป

ข.การเปลี่ยนสถานที่

ค.การเลื่อนเวลา

ง.การให้บริการ

37.ราคาที่ทำให้ปริมาณอุปสงค์มากกว่าปริมาณอุปทาน คือราคาใด

ก.ราคาดุลยภาพ

ข.ราคาตลาด

ค.ราคาที่ต่ำกว่าราคาดุลยภาพ

ง.ราคาที่สูงกว่าราคาดุลยภาพ

38.ประเทศ ก. มีรายได้ประชาชาติมากกว่าประเทศ ข. หมายความว่าอย่างไร

ก.คนในประเทศ ก. มีความอยู่ดีกินดีสูงกว่าคนในประเทศ ข.

ข.ประเทศ ก. ผลิตสินค้าและบริการได้มากกว่าประเทส ข.

ค.ประเทศ ก. มีรายได้ต่อหัวสูงกว่าประเทศ ข.

ง.อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ก. สูงกว่าประเทศ ข.

39.ในรอบระยะเวลาหนึ่ง สมมติว่ามูลสินค้าเข้าเท่ากับ 8 พันล้านบาท มูลค่าสินค้าออกเท่ากับ 7 พันล้านบาท ดุลการเกินดุล 3 พันล้านบาท ข้อใดถูกต้อง

ก.ดุลการชำระเงินขาดดุล 1 พันล้านบาท

ข.ดุลบัญชีเงินสะพัดเกินดุล 2 พันล้านบาท

ค.ดุลการค้าเกินดุล 2 พันล้านบาท

ง.ดุลบัญชีทุนเกินดุล 2 พันล้านบาท

40.มาตรการใดใช้แก้ปัญหาเงินเฟ้อในระยะยาว

ก.ลดการใช้จ่ายของรัฐบาล

ข.เพิ่มอัตราดอกเบี่ย

ค.ลกรายจ่ายในการลงทุน

ง.เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

41.ภาษีชนิดใดไม่ลดความไม่เท่าเทียบกันของการกระจายรายได้

ก.ภาษีมูลค่่าเพิ่ม

ข.ภาษีการขาย

ค.ภาษีมรดก

ง.ภาษีขาเข้า

42.ข้อใดเกี่ยวข้องกับวิชาเศรษฐศาสตร์น้อยที่สุด

ก.นาย ก. ตัดสินใจไปว่ายน้ำแทนที่จะไปลงคะแนนเลือกตั้ง

ข.นาย ก. ออกจากบ้านตั้งแต่ 05:00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด

ค.นาย ก. ดูโทรทัศน์ดึกเกินไปจึงนอนตื่นสาย

ง.นาย ก. ทำข้อสอบทุกท่ายก่อนทำข้อแรก

43.การผลิตใดเป็นการผลิตขั้นทุติยภูมิ

ก.การเลี้ยงปลาในกระชัง

ข.การผลิตยางนถยนต์

ค.การเดินเรือขนส่ง

ง.การประกันวินาศภัย

44.แนวความคิดอุปสงค์และอุปทานสามารถนำไปใช้ในตลาดใด

ก.ตลาดสินค้า

ข.ตลาดปัจจัยการผลิต

ค.ตลาดเงิน

ง.ทุกตลาด

45.ถ้าในรอบปีหนึ่งผลิตภัณฑ์ในประเทศเบื้องต้น (GDP) ของประเทศไทยมีมูลค่าเท่ากับ 500 ล้านบาท มีชาวต่างประเทศเข้ามาประกอบกิจการในประเทศไืทยได้รับรายได้ 50 ล้านบาท มีคนไทยไปทำงานต่างประเทศได้รับรายได้ 30 ล้านบาท และมีค่าเลื่อมราคาสินทรัพย์ของประเทศเท่ากับ 10 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ประชาชาติเบื้องต้น (GNP) เท่ากับเท่าใด

ก.420 ล้านบาท

ข.450 ล้านบาท

ค.470 ล้านบาท

ง.480 ล้านบาท

46.ยอดดุลการชำระเงินสามารถดุได้จากบัญชีดุลใด

ก.บัญชีเดินสะพัด

ข.บัญชีทุนเคลื่อนย้าย

ค.บัญชีเงินโอน

ง.บัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ

47.การเก็บภาษีในข้อใดลดปัยหาความไม่เท่าเทียมกันของการกระจายรายได้

ก.เก็บภาษีการขายในอัตราเท่าเทียมกัน

ข.เก็บภาษีบำรุงท้องที่ในอัตราเท่าเทียมกัน

ค.เก็บภาษีกำไรในอัตราก้าวหน้า

ง.เก็บภาษีศุลกากรในอัตราก้าวหน้า

48.การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ จะทำให้เกิดผลอย่างไร

ก.ผู้ผลิตเสียต้นทุนในการผลิตต่ำสุด

ข.ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้ในราคาถูกที่สุด

ค.สังคมได้รับสวัสดิการสูงสุด

ง.รัฐบาลเก็บภาษีได้มากที่สุด

49.ข้อใดเป็นคำจำกัดความของ ?เงิน? ที่ดีที่สุด

ก.เงินคือธนาบัตรและเหรียญภาษาปณ์ที่มีอยู่ในระบบเศรษฐกิจ

ข.เงินคือวัตถุมีค่าที่ใช้ในการซื้อขายสินค้าและบริการ

ค.เงินคืออะไรก็ได้ที่สังคมยอมรับว่าเป็นสื่อการในการแลกเปลี่ยน

ง.เงินคือธนาบัตร เหรียญภาษาปณ์และบัตรเครดิตที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน

50.ข้อใดแสดงถึง การทำงานของกลไกราคา

ก.การลดลงของราคาสินค้าเมื่อเกิดอุปสงค์ส่วนเกิน

ข.การลดลงของราคาสินค้าเมื่อเกิดอุปทานส่วนเกิน

ค.การลดลงของปริมาณการผลิตเมื่อเกิดอุปสงค์ส่วนเกิน

ง.การลดลงของราคาและปริมาณการผลิตพร้อมๆ กันเมื่อเกิดอุปสงค์ส่วนเกิน

51.ผลิตภัณฑ์มวลรวมของธรรมชาติ (GNP) และผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) จะแตกต่างกันเท่ากับมูลค่าของรายการใด

ก.รายได้จากการลงทนในต่างประเทศ

ข.รายได้ของชาวต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในต่างประเทศ

ค.รายได้สุทธิจากต่างประเทศ

ง.รายได้จากการส่งออกสินค้าต่างประเทศ

52.ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของเงินเฟ้อที่เกิดจากทางด้านอุปทาน

ก.การเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินในประเทศ

ข.การเพิ่มขึ้นของค่าแรง

ค.การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้้ย

ง.การเพิ่มขึ้นของภาษีนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ

53.ภาวะที่พ่อค้ากำหนดราคาขายสอนค้าสูงกว่าราคาดุลยภาพ ทำให้ผู้บริโภคซื้อลดน้อยลง สินค้าจึงเหลือและขายไม่หมด เรียกว่าอย่างไร

ก. อุปสงค์ส่วนเกิน                                          

ข.  อุปทานส่วนเกิน

ค. กลไกตาด

ง. อุปทานตลาด

54.ข้อใดจัดเป็นการกระจายรายได้ตามหลักเศรษฐศาสตร์

ก. รัฐส่งเสริมกิจการท่องเที่ยวในทุกจังหวัด

ข.  รัฐสนับสนุนสินค้าหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล

ค. ลูกจ้างได้รับค่าแรงขั้นต่ำตามเกณฑ์ที่รัฐกำหนด

ง. พนักงานเดินเก็บเงินค่าไฟฟ้าตามบ้าน

55. เมื่อรัฐบาลเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อควบคุมราคาสินค้า จะเกิดผลอย่างไรต่อ “ กลไกราคา”

ก. เป็นการยกเลิกกลไกราคาโดยสิ้นเชิง

ข.  การทำหน้าที่ของกลไกราคาไม่เป็นอิสระตามทฤษฎี

ค. ปล่อยให้กลไกราคาทำหน้าที่อย่างเสรีตามธรรมชาติ

ง. จะเกิดราคาดุลยภาพตายตัวตามที่รัฐบาลกำหนด

56.การพัฒนาและบริหารประเทศของรัฐบาลให้ดำเนินไปในทางสายกลาง ตามพระราชบัญญัติเศรษฐกิจพอเพียงหมายความว่าอย่างไร

ก. ไม่พึ่งต่างประเทศ

ข.  ค่อยเป็นค่อยไป ตามพึ่งตนเองให้มากขึ้น

ค.  ความไม่ประมาท และพึ่งตนเองให้มากขึ้น

ง.  รู้จักประมาณตน และมีเหตุผล

57.ข้อใด มิใช่ พื้นฐาน “ เศรษฐกิจพอเพียง ”

ก. การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว

ข.  ความพอประมาณ

ค. ประหยัด          

ง. ความมีเหตุผล

58.การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ควรปฏิบัติข้อใดก่อน จึงจะสอดคล้องกับปรัชญาข้อนี้

ก. การประกอบสัมมาอาชีวะ

ข.  การไม่แก่งแย่งผลประโยชน์กับผู้อื่น

ค. การละเว้นไม่กระทำความชั่วทั้งปวง

ง. การประหยัดและหารายได้ระหว่างศึกษา

59.ข้อใด คือ “ การประกันราคาขั้นต่ำ ” ของทางราชการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร

ก. กำหนดราคาขายข้าวสารหอมมะลิสูงสุดถังละ 350 บาท

ข.  กำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกขั้นต่ำเกวียนละ 6,000 บาท

ค. กำหนดราคาส่งออกข้าวสารหอมมะลิตันละ 5,000  บาท

ง. การจัดตั้งโรงสีข้าวประจำตำบลรับจำนำข้าวเปลือกจากชาวนา

60.การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ ผู้ปฏิบัติจะต้องมีจิตสำนึกข้อใดก่อนเป็นอันดับแรก

ก. การพึ่งพาตนเองเป็นหลัก

ข.   ความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น

ค. ความรอบรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

ง. การร่วมมือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s